หลายปีก่อน “จากตาเราสู่ใจเขา” นิทรรศการศิลปะเพื่อคนบอด ที่เคยจัดขึ้น ณ Terminal21 เมื่อปี 2555 (ปีเดียวกับที่ประเทศไทยได้มีการจัด งานประชุมสมัชชาสหภาพคนตาบอดโลก ครั้งที่ 8) ซึ่งเป็นการนำผลงานภาพถ่ายของช่างภาพมืออาชีพ มาถ่ายทอดผ่านงานประติมากรรมนูนต่ำ เพื่อให้คนตาบอดได้มีโอกาสสัมผัส ทำให้หลายคนได้รู้จัก ผศ.ดร.สุกรี สินธุภิญโญ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเพื่อนๆ ผู้มีความชื่นชอบในการถ่ายภาพ และมีส่วนผลักดันให้เกิดนิทรรศการในครั้งนั้น
ในยุคที่ผมเติบโต เป็นยุคที่ฝรั่งเข้ามาเมืองไทย มีฐานทัพอเมริกา มีโสเภณีเต็มบ้านเต็มเมือง และบ้านผมอยู่แถวจิระ มีสามล้อรับจ้าง เราจึงได้เห็นชีวิตคนที่มันยากลำบาก เห็นสิ่งเหล่านี้ตลอด ในเมื่อผมเห็นแบบนี้ จะให้ผมมานั่งเขียนดอกไม้ เขียนทิวทัศน์สวยๆ มันไม่ได้ บางทีเราตื่นมา เราเห็นชาวบ้านเขาทะเลาะกัน ตีกัน เพราะมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ มันเป็นความเจ็บปวดทางสังคม มันกด มันฝัง
มีคนในแวดวงศิลปะ ทั้งศิลปิน เจ้าของแกลเลอรี่ และพื้นที่ทางศิลปะ นักสะสม และผู้สนใจ ไปร่วมฟังหนาตาพอสมควร สำหรับกิจกรรมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ความเป็นมาของหอศิลป์ Saatchi (ซัทซี่) ” โดย นายไนเจล เฮิร์ท ผู้อำนวยการและกรรมการผู้จัดการ หอศิลป์ Saatchiกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนที่ผลงานเกือบ 100 ชิ้น ของ 25 ศิลปินไทย จะถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการศิลปะร่วมไทย Thailand Eye presented by Prudential ณ หอศิลป์ Saatchi ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2558 – เดือนมกราคม พ.ศ.2559 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งและกิจกรรมสุดท้ายของ เทศกาลไทยในสหราชอาณาจักร
ป่าอารมณ์ คือการมองย้อนกลับไปของศิลปินที่ซึ่งเผยให้เห็นเรื่องราวเสมือนจริงทางอารมณ์ที่เคยผ่านเข้ามา และศิลปินเลือกหันหลังให้กับมัน ปฏิเสธละทิ้งทั้งหมด แล้วเลือกแสดงออกภาวะนั้นลงบนผลงานสีน้ำมันจำนวน 10 ชิ้นที่วาดด้วยมือซ้ายซึ่งเป็นมือข้างที่ไม่ถนัด เพื่อปฏิวัติความเคยชินผ่านการควบคุมให้น้อยลง แสดงออกได้อิสระมากขึ้น พร้อมการเรียนรู้ตัวตนอีกด้าน