จากที่ฉันเคยฝันไว้ว่า อยากจะมีบ้านอยู่ในป่าดอกไม้ที่ร่มและหอม ตอนนี้ฉันไม่มั่นใจในความฝันที่เคยมีมาดังเดิมเสียแล้ว และนี่เป็นปลายฤดูฝน ฝนตกตอนกลางคืนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักเสียงฟ้าร้องคำรามและผ่าดังกึกก้องราวกับเทวดากำลังเตะถีบอะไรบางอย่างบนวิมานข้างบนด้วยความโมโหโกรธาอย่างสุดขีด ฉันนั่งทำงานไปและไม่วายหลับตาปี๋ไปด้วยเมื่อได้ยินเสียงฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างติดๆ กัน
และแล้วเมืองในดินก็เกิดขึ้นมา ไม่ได้เกิดจากนักวิทยาศาสตร์ นักวิศวกร สถาปนิกชั้นนำ นักดาราศาสตร์ โหรทำนาย นักการเมืองคนไหน แต่เกิดจากจินตนาการร่วมกันของเด็กกลุ่มหนึ่งในชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนบ้านบาตร ชุมชนวัดสระเกศ-ตรอกเซี่ยงไฮ้ และชุมชนสิตาราม กับ “กลุ่มดินน้ำมัน”
ฉันเปิดดูในตู้เพื่อหาหนังสือเก่าๆ ที่เก็บไว้มาอ่านเพื่อย้ายอารมณ์ตัวเองจากภาวะปัจจุบันอันแสนเศร้านั้น ให้เข้าไปอยู่ในภวังค์โลกแห่งตัวหนังสือ ถ้อยคำอันงดงามและเรื่องราวในนั้น พาฉันออกไปจากความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้ชั่วขณะ ฉันพบหนังสือเล่มหนึ่ง ที่มีชื่อเรื่องแสนไพเราะว่า ขอปีกให้รักโบยบิน ภาพของนางฟ้าตัวน้อย ที่กำลังสวมปีกโบยบินนั้นผุดขึ้นมาอย่างงดงามในอารมณ์ความรู้สึกของฉัน
จากภาพครอบครัว ภาพเพื่อนที่โรงเรียน ภาพดอกไม้ที่ภรรยาเป็นคนลงแรงปลูก หลายปีมาแล้วที่ความสนใจของ พงสวัฒน์ ดุษฎีโหนด (ช่างภาพผู้ยังขอเรียกตัวเองว่ามือสมัครเล่น )ได้ทอดยาวไปไกลบนทางสายหนึ่งบนท้องฟ้า ที่เราเรียกกันว่า “ทางช้างเผือก” หรือ Milky way