การตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายของทีมชาตินอร์เวย์ในฟุตบอลโลก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะสร้างความผิดหวังให้กับกองเชียร์ทั้งหลาย แต่ต้องบอกเลยว่า การเดินทางผ่านด่านรอบต่างๆ ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ของทีมนี้นั้นไม่ธรรมดา จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อนักฟุตบอลกลับสู่มาตุภูมิที่นอร์เวย์ ทางการและประชาชนรวมถึงราชวงศ์นอร์เวย์ ได้จัดการต้อนรับมีขบวนพาเหรดแห่ไปทั่วเมืองอย่างยิ่งใหญ่ ประหนึ่งแชมเปี้ยนเลยทีเดียว
เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ที่ทีมชาตินอร์เวย์ได้เข้าไปแข่งขันในรอบไฟนอลของทัวร์นาเมนต์นี้ แถมยังทำผลงานได้ดีในช่วงแบ่งกลุ่ม ไฮไลต์เด็ดสุดคือ การโค่น “บราซิล” ทีมหัวแถว อดีตแชมป์เก่าหลายสมัยให้ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปแบบช็อกกองเชียร์ทั่วโลก แถมในนัดที่แพ้ให้กับอังกฤษ ก็ทำผลงานได้ดีและได้ทำประตูขึ้นนำไปก่อน แต่ก็ปิดเกมส์ไม่คม และต้องเสียประตูติดๆ กันในช่วงท้าย ทำให้ต้องตกรอบไปก่อนเข้าถึงรอบตัดเชือก
การต้อนรับเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีการขึ้นรถแห่ท่ามกลางประชาชนเรือนแสนที่มาต้อนรับ แถมยังได้เข้าวังพบกับสมาชิกราชวงศ์นอร์เวย์ให้การเถลิงเกียรติ ทั้งกษัตริย์ฮาโรลด์ มกุฎราชกุมารฮากอน เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา เจ้าชายสแวร์เรอ มักนุส
เจ้าชายฮากอนนำทีมประชาชนเกือบ 1 แสนคน ที่มารอชุมนุมต้อนรับ ประสานเสียงพร้อมทำท่าพายเรือ ไวกิ้ง โรว์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมฉลองของชาวนอร์เวย์ การเข้าวังครั้งนี้เชื้อเชิญโดยตรงจากเจ้าชายฮากอน ที่ทรงไปรับชมติดขอบสนามที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกับลูกๆ และในแมตช์กับอังกฤษ พระองค์ได้เข้าไปยังห้องนักเตะหลังการแข่งขัน ทำการปลอบใจนักกีฬาและได้กล่าวเชิญให้ไปเข้าพบกษัตริย์
นอกจากทีมชาตินอร์เวย์จะชนะใจแฟนบอลในประเทศแล้ว กองเชียร์ของทีมยังสร้างความประทับใจไปทั่วโลก กับธรรมเนียมการเชียร์ที่ไม่เหมือนใคร การทำท่าพายเรือพร้อมออกเสีย โร โร โร กลายเป็นมีมของฟุตบอลโลกปีนี้ และมีคนนำไปเล่นสนุกเวลาขึ้นลงบันไดเลื่อน หรือขณะเดินทางกันอย่างสนุกสนาน แถมกองหน้าซุปตาร์ อย่าง เอิร์ลิง ฮาแลนด์ ก็ตกแฟนๆ ไปได้อีกเพียบ ด้วยคาแรกเตอร์ที่เข้าถึงง่าย สนุกสนาน เป็นมิตร ทำให้ตอนนี้ยอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมของเขากระโดดจาก 40 ล้านคน เป็น 66 ล้านคนไปแล้ว
Comments are closed.